ลานเจ้าแม่กวนอิม ริมบึงแก่นนคร ขอนแก่น

ลานเจ้าแม่กวนอิม ริมบึงแก่นนคร ขอนแก่น

บริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของบึงแก่นนคร เยื้องกับศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่าและศาลเจ้าปู่ยาคูเย็น เป็นที่ประดิษฐานของรูปเคารพเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ และด้านข้างจะมีรูปปั้นของหน่าจาซาไท้จื้อ หรือเทพนาจา ผู้ทำหน้าที่ปกป้องประตูสวรรค์  ลานแห่งนี้มีความสงบมาก ใครวิ่งหรือเดินผ่านไปมา ก็มักจะหยุดสักการะขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลจากเจ้าแม่กวนอิมเสมอ ด้านหน้าของลานจะเชื่อมต่อกับบึงแก่นนคร สามารถชมทัศนียภาพของบึงแก่นนครและพระมหาธาตุแก่นนคร นับเป็นอีกมุมที่ถ่ายภาพได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้หากใครชอบเลี้ยงปลาตรงบันไดทางขึ้นไปยังองค์เจ้าแม่กวนอิมมีบ่อเลี้ยงปลาด้านข้าง สามารถซื้ออาหารปลาจากรถมอเตอร์ไซด์ที่บางครั้งมาจอดพักอยู่บริเวณลานแห่งนี้

ตำนานพระโพธิสัตว์กวนอิม

(ข้อมูลจาก ป้ายบริเวณรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม)

พระโพธิสัตว์กวนอิม (ประสูติ 19 เดือนยี่จีน) ชาติสุดท้ายเป็น ราชธิดานาม เมี่ยวซ่าน เดิมเป็นเทพธิดา จุติลงมายังโลกมนุษย์เพื่อมาช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยแก่มวลมนุษย์ เป็นราชธิดา องค์สุดท้ายของกษัตริย์ เมี่ยวจวง ซึ่งมีราชธิดา 3 องค์ องค์โตชื่อ เมี่ยวอิม องค์รองชื่อ เมี่ยวหยวน เยาว์วัยเป็นพุทธมามกะ รู้แจ้งในหลักธรรมลึกซึ้ง ตั้งพระทัยแน่วแน่จะบำเพ็ญภาวนาเพื่อหลุดพ้นสังสารวัฏ ออกบวชวันที่ 19 เดือน 9 พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่เห็นด้วย จะบังคับให้เลือกราชบุตรเขต เพื่อจะได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป แต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านไม่สนพระทัยเรื่องลาภยศสรรเสริญอันจอมปลอม แม้จะถูกพระบิดาดุด่าอย่างไร องค์หญิงก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองแต่อย่างใด

ต่อมาองค์หญิงสามได้ถูกขับไปทำงานหนักในสวนดอกไม้ เช่น หาบน้ำ ปลูกดอกไม้ ทั้งนี้เพื่อทรมานให้เปลี่ยนความตั้งใจ แต่ก็มีเหล่ารุกขเทวดามาช่วยทำแทนให้หมด พระบิดาเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล จึงรับสั่งให้หัวหน้าแม่ชี นำองค์หญิงสามไปอยู่วัดนกยูงขาว และให้เอางานของแม่ชีทั้งวัดมอบให้องค์หญิงทำคนเดียว แต่องค์หญิงมีพระทัยเด็ดเดี่ยว ไม่เกี่ยงงานต่างๆ ก็มีเหล่าเทพารักษ์มาช่วยทำแทนให้อีก พระเจ้าเมี่ยวจวงเข้าพระทัยว่า พวกแม่ชีไม่กล้าเคี่ยวเข็ญใช้งานหนัก ก็ยิ่งทรงกริ้วหนักขึ้น สั่งให้ทหารเผาวัดนกยูงขาวจนวอดเป็นจุณไปพร้อมกับพวกแม่ชีทั้งวัด มีแต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านเท่านั้นที่ปลอดภัยรอดชีวิตมาได้

ลานเจ้าแม่กวนอิม ริมบึงแก่นนคร ขอนแก่น
พระเจ้าเมี่ยวจวงทรงทราบดังนั้น จึงรับสั่งให้นำตัวราชธิดาไปประหารชีวิต เทพารักษ์คอยคุ้มครองเจ้าหญิงอยู่ โดยเนรมิตรทองทิพย์เป็นเกราะห่อหุ้มตัว คมดาบของนายทหารจึงไม่อาจระคายพระวรกาย ดาบหักถึง 3 ครั้ง 3 ครา พระบิดาทรงกริ้วยิ่งนัก โดยเข้าพระทัยว่านายทหารไม่กล้าประหารจริง จึงให้ประหารนายทหารแทน แล้วรับสั่งให้จับเจ้าหญิงไปแขวนคอ ทว่าผ้าแพรที่แขวนคอก็ขาดสะบั้นลงอีก ทันใดนั้นปรากฏมีเสือเทวดาตัวหนึ่งได้นำเจ้าหญิงขึ้นพาดหลังแล้วเผ่นหนีไปที่เขาเซียงซัน ต่อมา เทพไท่ไป๋ได้แปลงร่างเป็นชายชรามาโปรดเจ้าหญิง ชี้แนะเคล็ดวิธีการบำเพ็ญเพียรเครื่องดับทุกข์ จนสามารถบรรลุมรรคผลสำเร็จธรรม วันที่ 19 เดือน 6 ข้างฝ่ายพระบิดาเข้าพระทัยว่า เจ้าหญิงถูกเสือคาบไปกินเสียแล้ว จึงไม่ได้ติดใจตามราวีอีก

ต่อมาไม่นานบาปกรรมที่พระองค์ก่อไว้ส่งผล เกิดป่วยเป็นโรคร้ายแรง ไม่มียารักษาให้หายได้ เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านได้ทรงทราบด้วยญาณวิถีว่า พระบิดากำลังประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก ด้วยความกตัญญูกตเวทีเป็นเลิศ มิได้ถือโทษโกรธการกระทำพระบิดาแม้แต่น้อย ทรงได้สละดวงตาและแขนสองข้างเพื่อรักษาพระบิดาจนหายจากโรคร้าย ว่ากันว่าภายหลังสำเร็จพระอรหันต์ได้ดวงตาและพระกรคืน เคยแสดงปฏิหาริย์เป็นปางกวนอิมพันมือ องค์เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านนั้นตอนแรกเป็นชาวพุทธ ตอนหลังเทพไท่ไป๋ได้มาโปรด ชี้แนะหนทางดับทุกข์ เหตุนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงเป็นเทพทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายเต๋าในเวลาเดียวกัน

เจ้าแม่กวนอิม ริมบึงแก่นนคร ขอนแก่น

เจ้าแม่กวนอิม ริมบึงแก่นนคร ขอนแก่น

เจ้าแม่กวนอิม ริมบึงแก่นนคร ขอนแก่น

ประวัติหน่าจาซาไท้จื้อ

(ข้อมูลจากป้าย)

ตามตำนานจีนระบุว่า นาจา เป็นบุตรคนที่ 3 ของแม่ทัพหลี่จิ้ง กับนางอิน มีพี่ชายอีก 2 คน คือ จินจาและมู่จา นาจาอยู่ในครรภ์ของภรรยาของหลี่จิ้ง 3 ปีครึ่ง จึงคลอดออกมา เป็นก้อนเนื้อกลมๆ แม่ทัพหลี่จิ้งคิดว่าเป็นสัตว์ประหลาดก็เอาดาบฟัน ในก้อนเนื้อนั้นมีเด็กคนหนึ่งซึ่งเดินวิ่งได้ตั้งแต่เกิด พร้อมผ้าแพรแดงกับห่วงทองคำ เซียนไท่อี้รู้ข่าวก็เดินทางมาอวยพร และตั้งชื่อให้ว่า “นาจา” พร้อมกับรับเป็นลูกศิษย์
เมื่อนาจาอายุได้ 7 ปี นาจาลงไปเล่นน้ำในทะเล ด้วยอานุภาพของผ้าแพรแดงกับห่วงทองคำ ทำให้น้ำทะเลสั่นสะเทือนไปถึงเมืองบาดาล พญามังกรอ้าวกวง สั่งให้ลูกน้อง และอ้าวปิ่งผู้เป็นโอรสตามขึ้นมาดู พบว่าเป็นเพียงเด็กน้อยจึงเข้าไปไล่ แต่ก็สู้นาจาไม่ได้และถูกนาจาฆ่าตาย พญามังกรอ้าวกวงโกรธมาก จะทำให้น้ำท่วมเมืองและจะไปฟ้องเง็กเซียนฮ่องเต้ นาจาเกรงว่าบิดามารดาและชาวเมือง จะได้รับความเดือดร้อน จึงยอมเอาชีวิตตัวเองแลกกับชีวิตของอ้าวปิ่ง โดยใช้มีดคว้านท้องตัวเองควักลำไส้ออก แร่เนื้อจนเหลือแต่กระดูก แล้วคืนเนื้อให้มารดา คืนกระดูกให้กับบิดา

เจ้าแม่กวนอิม ริมบึงแก่นนคร ขอนแก่น
หลังจากนาจาเสียชีวิต เซียนไท่อี้ก็ได้บอกให้นางอินสร้างรูปปั้นของนาจาขึ้นเพื่อทำพิธีชุบชีวิตนาจา แต่แม่ทัพหลี่จิ้งซึ่งมีอคติกับนาจา ได้เข้าขัดขวางภรรยา เซียนไท่อี้จึงใช้ดอกบัวชุบชีวิตนาจาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง พร้อมมอบของวิเศษให้กับนาจา คือ กงล้อเพลิง ศิลาทองคำ ทวนอัคคี กระบี่หยินหยาง และโคมเก้ามังกร
นาจาที่ถูกชุบชีวิตขึ้นใหม่ สามารถแพลงฤทธิ์เป็น 3 หัว 6 มือได้ แต่ปกติจะอยู่ในรูปลักษณ์ของเด็กที่มีผ้าแพรแดงคล้องคอ มือถือทวนอัคคีกับห่วงทองคำ เท้าเหยียบอยู่บนกงล้อเพลิงซึ่งใช้เป็นพาหนะเหาะเหินอยู่บนอากาศ นาจาลงไปถล่มวังบาดาลของพญามังกรอ้าวกวง แล้วกลับมาชำระแค้นบิดาที่ขัดขวางไม่ยอมให้ชุบชีวิต แม่ทัพหลี่จิ้งสู้นาจาไม่ได้ ก็หนีไปขอความช่วยเหลือจากหยานเติงเต้าเหยิน นักพรตหยานเติงใช้เจดีย์ทองคำครอบตัวนาจาไว้ นาจาจึงยอมแพ้ และนักพรตหยานเติงก็มอบเจดีย์วิเศษพร้อมวิธีใช้ให้แม่ทัพหลี่จิ้ง จึงทำให้นาจาเกรงกลัวบิดา ตั้งแต่บัดนั้นมา
ภายหลังเมื่อแม่ทัพหลี่จิ้งเสียชีวิต เง็กเซียนฮ่องเต้ได้แต่งตั้งให้เป็นขุนพลสวรรค์ มีอาวุธคู่กาย คือ เจดีย์ทองคำ 7 ชั้น ส่วนนาจาเป็นแม่ทัพสวรรค์ ทำหน้าที่ปกป้องประตูสวรรค์ เป็นเทพที่มีความกล้าหาญ มีความกตัญญูต่อบิดามารดา (สร้างเมื่อ 9 ตุลาคม 2554).

…..

ภาพโดย สุทธวรรณ บีเวอ อีสานอินไซต์

Leave a Reply

Your email address will not be published.