ปั่นจักรยานภาคใต้: กรุงเทพสู่สงขลาทะเล๊ทะเล 1,349 กิโลเมตร (Ride With GPS: Bangkok to Hat Yat)

ปั่นจักรยานภาคใต้: กรุงเทพสู่สงขลาทะเล๊ทะเล 1,349 กิโลเมตร (Ride With GPS: Bangkok to Hat Yat)

“เราจะปั่นเลียบชายหาดจากกทม.ไปเที่ยวทะเลภาคใต้ได้ไหม?

“ได้จ้า!” ทริปนี้เราอาศัยกูเกิลแมปสำรวจเส้นทาง เสร็จทริปเราได้แผนที่ที่ช่วยให้การปั่นจักรยานไปภาคใต้ง่ายขึ้น ได้อยู่ข้างๆ ชายหาดยาวแสนสวย แม้มีบ้างที่เราต้องอยู่ริมทางรถใหญ่อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็เพียงระยะสั้นๆ ใครสายชิวใช้แผนที่ที่ให้ไว้ได้เลย

ปล. พิเศษสำหรับเส้นทางนี้ ถ้าปั่นไม่ไหวยกจักรยานขึ้นรถไฟได้นะ ดังนั้นใครจะเริ่มหรือหยุดแถวไหนสามารถวางแผนการเดินทางเชื่อมโยงเส้นทางได้เลย

พวกเราได้บันทึกเส้นทางจักรยานจากกรุงเทพฯ ถึงสงขลา ชายทะเลฝั่งตะวันออกอ่าวไทย ผ่านแอปพลิเคชัน Ride With GPS: Bike Navigation (สามารถดาวน์โหลดฟรีผ่าน google play)

แผนที่นี้ผ่านการสำรวจเปรียบเทียบเส้นทางโดย Tim Bewer ซึ่งได้ปั่นดูสภาพถนนและคัดเลือกหนทางที่สะดวกและมีโอกาสผ่านสิ่งที่น่าสนใจ ผู้เขียนคาดว่าทิมน่าจะปั่นมากกว่า 1,349 กม. ไปหลายอีกหลายสิบกิโลเมตรเลยทีเดียว

เราได้แผนที่การปั่นจักรยานลงภาคใต้กทม.ไปสงขลาตามนี้ โปรด คลิ๊กที่นี่ (Bangkok to Hat Yai Bike route)

สัญลักษณ์แอฟพลิเคชั่น Ride with GPS: Bike Navigation ดาวน์โหลดแล้วคลิ๊กแผนที่ได้ ที่นี่ หรือจะดูเฉยๆ ไม่โหลดแอปใช้งานก็เข้าได้เช่นกัน
เส้นทางปั่นจักรยาน คลิ๊กที่นี่ คนทำแผนที่คือ Tim Bewer
สัญลักษณ์นี้เมื่อคลิ๊กจะปรากฏหมุดแทนตำแหน่งตัวเอง สามารถปั่นตามแผนที่ได้เลย

รีวิวเส้นทางโดยสังเขป

เสร็จสิ้นเส้นทางภาคใต้ กทม.-สู่สงขลา แบบน่องไม่บวม เข่าเจ็บน้อย ก้นเจ็บนิดหน่อย เส้นทางภาคใต้เลียบชายทะเล เดินทางไม่ยาก ยกเว้นเข็นจักรยานขึ้นเขาที่อำเภอขนอม นครศรีธรรมราช สูงวัยสามารถไปเส้นทางนี้ได้

สภาพอากาศ

อากาศตลอดการเดินทางเดือนมกราคม-ต้นกุมภาพันธ์ แทบไม่มีฝนที่ภาคใต้แล้ว เว้นแต่มีบางช่วงที่เราสู้กับลมแรงและแดดจัด จนเป็นไข้ต้องหยุดพักถึงสามสี่วัน เส้นทางอื่นปั่นมาสามสี่ปีผู้เขียนไม่เคยเป็นไข้ระหว่างเดินทาง ภาคใต้สมบุกสมบันเรื่องอากาศจริง ยกเว้นถ้าวันไหนได้ปั่นตามสวนก็จะเย็นสบาย เพราะมีร่มต้นไม้ตลอดทาง

ส่วนปัญหาหมอกควัน พอเลยประจวบคีรีขันธ์ลงไปแล้ว แทบไม่มีปัญหานี้ นอกจากได้กลิ่นเผากะลาทำถ่านเป็นบางจุด

ทิศที่ควรปั่นไปในช่วงนี้คือ กทม. ลงไปภาคใต้ ถ้าเลือกปั่นทวนลมจากใต้ขึ้นมากทม. จะสู้ชีวิตมาก

ภาคใต้เราต้องสู้แดดกันหน่อย
แดดทะเลเผา

สภาพทาง

เส้นทางที่ใช้ผ่านส่วนใหญ่เป็นถนนเล็กๆ ผ่านสวนปาล์ม สวนมะพร้าว สวนยาง ฟาร์มสัตว์น้ำ มีโอกาสเห็นวิถีชีวิตผู้คนที่น่าสนใจ ทั้งทำกะปิ ปลาแห้ง ต้มหอยเลี้ยงกุ้ง ฯลฯ บางครั้งเราก็ปั่นเลียบชายทะเลฟ้าใสๆ หาดทรายยาวๆ

ในแผนที่นี้มีบางช่วงที่ต้องปั่นขึ้นถนนใหญ่ แต่ยังพอมีไหล่ทางกว้างหรือแบ่งทางเป็นเลนที่จักรยาน

ถนนโดดเด่นมากกว่าภาคอื่นๆ ตรงที่ถ้าเจอทางใหญ่ก็จะมีช่องเลนจักรยานให้อย่างดี และมีป้ายระวังจักรยาน

เส้นทางในแผนที่นี้มีช่วงสั้นๆ ที่ควรระวังคือ ถนนหน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากถนนเลียบชายหาดเป็นทางตัน ทำให้ต้องปั่นบนไหล่ทางถนนใหญ่ที่มีรถเยอะและขับเร็วระยะทางประมาณสิบกว่ากิโลเมตร

เราจะเห็นภาพนี้บ่อยๆ ในเส้นทางปั่นส่วนใหญ่ บ้านคนและร้านค้าอยู่ห่างๆ กัน ควรพกของกินและน้ำดื่มสำรองตลอดวัน เพราะร้านค้ามีน้อย
จุดปั่นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเส้นทางคือที่อำเภอขนอม นครศรีธรรมราช ถนนเป็นลอนคลื่นขึ้นลงเขา เข็นขึ้นก็สนุก ไหลลงเขาก็มันส์
เลนจักรยานบนถนนใหญ่ บางพื้นที่แทบไม่มีรถผ่าน ที่ภาคใต้มีเส้นทางที่รัฐบาลไทยสนับสนุนเป็นเส้นทางจักรยานท่องเที่ยวด้วย
เส้นทางบ่อสำโรง-แหลมแท่น-ชุมพร กว่า 60 กม.แทบไม่มีรถ ลงเขาสบาย แต่ควรระวังลมเข้าปะทะด้านข้าง ผู้เขียนโดนลมซัดตกถนนไปหนึ่งครั้ง

อาหารการกิน อาหารท้องถิ่นภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์ไม่ปลาก็กุ้งไก่หมูเนื้อ ถ้าไปร้านข้าวราดแกงอาหารใต้สำหรับสายมังสวิรัตน์ที่ปรุงอะไรก็ได้ยกเว้นเนื้อสัตว์ก็ยังไม่ค่อยมีของกิน นอกจากโชคดีเจอร้านที่มีใบเหลียงผัดไข่

ข้อแนะนำก่อนการเดินทาง

  • ศึกษาเส้นทาง วางแผนที่พักและจุดท่องเที่ยว
  • พกน้ำไปและดื่มน้ำอย่างพอเพียง ควรสำรองอย่างน้อยสองลิตร เพราะถ้าเข้าเขตสวนแล้วร้านอยู่ห่างกันมาก
  • เส้นทางผ่านสวนมะพร้าว ปาล์ม ยางพารา มองลอดซอดทุกวิว ผู้หญิงเข้าห้องน้ำหาที่บังยากเล็กน้อย แต่ก็จะได้มุมในที่สุด ภาคใต้ชุมชนอยู่ห่างๆ กัน เลยไม่ค่อยเจอวัดที่พอจะอาศัยเข้าห้องน้ำได้ ไม่เหมือนทางอีสาน เหนือ หรือภาคกลาง ที่มีวัดอยู่ทุกหมู่บ้านติดๆ กัน
  • ถ้าได้ปั่นออกแดดจะเกรียมมาก ครีมกันแดด SPF สูงๆ หมวก ถุงมือจักรยาน และเสื้อกันยูวี เป็นสิ่งจำเป็น
  • พกชุดปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ซ่อมจักรยานฉุกเฉิน เช่น ยางในสำรอง ชุดปะยาง กระดาษทรายขัดยาง ที่สูบลมขนาดเล็ก ถุงพลาสติกสำหรับใส่น้ำเช็คจุดลมรั่ว ฯลฯ เรียนการปะยางก่อนเดินทางเป็นสิ่งจำเป็น
  • ใครที่อยากใช้รถไฟ ควรโทรสอบถามกับเจ้าหน้าที่สถานีที่จะไปขึ้นล่วงหน้า เพราะรถไฟภาคใต้บางขบวนเอาจักรยานขึ้นเดินทางพร้อมเจ้าของไม่ได้ ต้องทำเรื่องฝากไปกับขบวนที่มีตู้สัมภาระ

ปั่นถึงปลายทางใช้เวลาเท่าไหร่

ถ้าปั่นเนิบๆ เหมือนไปตลาด สามารถปั่นได้ 50-60 กิโลเมตรต่อวันในแบบไม่เหนื่อยมาก(ปั่นเช้าถึงบ่ายแก่ๆ) หากปั่นแบบนี้ทุกวันไม่ติดเรื่องอะไร ก็อาจใช้เวลาประมาณยี่สิบกว่าวันถึงเมืองสงขลา

ส่วนทริปนี้ผู้เขียนแวะเที่ยวไปด้วยและหยุดพักขาสามสี่วันเพราะไข้หวัดกิน เราใช้เวลาประมาณเดือนครึ่งก็มาถึงจุดหมายช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์พอดี

ที่พัก

ตลอดเส้นทางมีโฮมสเตย์และโรงแรมขนาดเล็กใหญ่ค่อนข้างเยอะแต่ราคาริมทะเลค่อนข้างแพง ที่พักที่สบาย สวยงาม และมีห้องน้ำในตัวมักพบในราคาระดับพันบาท บางโฮมสเตย์ที่เคยถามไปเป็นที่พักรวมอาหารทะเลคิดเป็นหัวอยู่ที่ประมาณพันสี่ร้อยบาท เราทานมังสวิรัตน์ก็ดูจะไม่คุ้มเท่าไหร่ ใครจะมาปั่นเส้นริมทะเลอาจต้องสำรวจที่พักพอสมควร ถ้าอยากประหยัดเงิน

ผู้เขียนลงที่พักโฮมสเตย์ที่น่าสนใจไว้ในภาพด้านล่างอยู่ในระดับหลักร้อย ส่วนจุดกางเต็นท์ต้องขออภัยที่ไม่ได้สำรวจ แต่ถ้าจะกางเต็นท์ริมทะเลก็อาจจะต้องดูลาดเลา เพราะหาดส่วนใหญ่เปลี่ยวมาก หลายแห่งกลายสภาพเป็นทุ่งขยะปลิวตามลมทะเล(ถ้าไม่ใช่หาดท่องเที่ยว) มีเศษแก้ว มีแม้กระทั่งอะไรที่บาดเท้าง่ายๆ เช่น ใบมีด

ลุงชาโฮมสเตย์ ประจวบคีรีขันธ์ ที่พักธรรมดาแต่วิวหลักล้าน มีอาหารเช้า มีกิจกรรมห้ามพลาดคือ เช่าเรือชมบึงบัวอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด มีเรือมารับถึงโฮมสเตย์
โฮมสเตย์บ้านบ่อสำโรง ตำบลปากคลอง ชุมพร บริเวณนั้นมีไม่กี่หลังคาเรือน ห้องพักนอนสบาย มีอาหารเช้าอร่อยให้ด้วย

สิ่งที่น่าสนใจระหว่างการเดินทาง

ขอนแก่น ไป กรุงเทพมหานคร

เราออกจากขอนแก่นโดยใช้รถไฟขบวนด่วนพิเศษสีชมพูไปถึงกทม.ประมาณตีห้ากว่าๆ แล้วไปรอรับรถจักรยานที่ฝากไปกับขบวนรถเร็วที่มีตู้สัมภาระที่ศูนย์รับส่งสินค้าด่วนฯ ซึ่งอยู่หน้าศาลเยาวชนและครอบครัวตอน 8.30 น. (ห้องสัมภาระที่ขอนแก่นปิดรับจักรยานตอนห้าโมงเย็น)

ออกจากจุดรับรถจักรยาน เราเรียกใช้บริการขนส่งผ่านแอปพลิเคชัน Lalamove ขนจักรยานไปเช็คสภาพก่อนเดินทางไกลที่ร้าน Bok Bok Bike ของพี่หมา และ Greenhorn Bicycle Project ของน้องปุ่น

คืนนี้เราพักที่ Uncle loy’s boutique house ฝั่งธนบุรี มีบริเวณเก็บจักรยานได้ปลอดภัย แถวนี้เป็นท่าเรือ ย่านตลาดร้านค้าคึกคักใกล้ศิริราช มีร้านอาหารอร่อยอย่างเช่น ฉ่อยเป็ดย่าง และร้านมังสวิรัตน์ชื่อ วีแกนมหานคร

ร้านวีแกนมหานคร ร้านมังสวิรัตน์ตำรับไทยดั้งเดิมในบรรยากาศบ้านไม้โบราณ
เย็นตาโฟร้านฉ่อยเป็ดย่าง มีเห็ดหูหนูขาวกับเผือกทอดแซบมาก เหมาะสำหรับสายมังสวิรัตน์น้ำซุปอะไรก็กิน

จากฝั่งธนบุรี ไป เมืองนครปฐม

เราออกเดินทางแต่เช้า การเดินทางครั้งนี้ผู้เขียนใช้รถไฟจนถึงประจวบฯ เพราะเพิ่งเอาผ่าตัดมดลูกออก หมอฝรั่งในเว็ปแพทย์กล่าวว่าอีกสามเดือนหลังผ่าถึงสามารถปั่นจักรยานได้ ก็เลยต้องรอไปก่อน

สถานที่สำคัญที่แรกในเส้นทางที่ผ่านคือ พระปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ได้มากราบขอพรเป็นสิริมงคลปีใหม่

พระปฐมเจดีย์ สันนิษฐานจากลักษณะดั้งเดิมก่อนถูกสร้างครอบ มีความคล้ายสถูปสาญจีตามอินเดียสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช

บรรยากาศบริเวณพระปฐมเจดีย์เงียบสงบ ลมพัดเย็นสบาย มีต้นไม้ใหญ่ปลูกมาตั้งแต่ ร.5 ในบริเวณรอบๆ มีการถวายสังฆทานหลายจุด ด้านในเห็นผู้คนพากันเดินเวียนเทียนรอบพระเจดีย์

พระพุทธนรเชษฐ์ เศวตอัศมมัยมุนี ศรีทวารวดีปูชนียบพิตร เป็นพระพุทธรูปทวารวดีจากวัดพระปฐมเจดีย์และวัดอื่นๆ ที่กรมศิลปากรต่อได้เป็นองค์สุดท้าย
ที่นี่คือแหล่งศึกษาพระพุทธรูปปางต่างๆ ตามพุทธประวัติ ซึ่งมีถึง 66 ปาง ประดิษฐานโดยรอบองค์พระปฐมเจดีย์

ด้านหน้าพระปฐมเจดีย์คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐมนับว่าเป็นแหล่งที่มีการค้นพบธรรมจักรมากที่สุดของไทยถึง 30 กว่าวง ทำให้สันนิษฐานได้ว่าเป็นเมืองศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาที่สำคัญในดินแดนสุวรรณภูมิช่วงวัฒนธรรมทวารวดี

ธรรมจักรที่พบใน จ.นครปฐม ยุคทวารวดี พุทธศตวรรษที่12-16 สัญลักษณ์การปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
ประติมากรรมปูนปั้นนูนสูงใบหน้าแบบบุคคลต่างแดน อาจเป็นคนเอเชียกลางหรือชาวอาเมเนียที่เดินทางเข้ามาค้าขายในสมัยทวารวดีทางทะเล

คืนนี้เราพักใกล้กับพระราชวังสนามจันทร์ชื่อ บ้านจำปา เรสซิเดนซ์ โทรจองชั้นล่าง เพื่อสามารถจอดจักรยานไว้ด้านหน้าห้อง

บริเวณนี้มีร้านอาหารน่าสนใจอย่าง ร้านเสน่ห์จัน นอกจากมีอาหารภาคกลาง ที่นี่ยังทำขนมแบบไทยโบราณ เป็นร้านของลูกหลานพระยาจันทรภูมิพิทักษ์ อดีตเจ้ากรมรักษาพระราชวังสนามจันทร์ ตัวอาคารสร้างแบบอนุรักษ์สถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 6

วุ้นดอกไม้หวานหอมมาก
ร้านมีสวนแบบยุโรปเล็กๆ น่ารักๆ อยู่ด้านหลัง

เมืองนครปฐม ไป นครชุมน์ ราชบุรี

เราเดินทางมาถึง ต.นครชุมน์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ใกล้กับชุมชนชาวมอญที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ชุมชนแห่งนี้ผู้คนอพยพจากพม่าตามพระมหาเถรคันฉ่องเชื้อสายมอญ มาตั้งถิ่นฐานในสมัยกรุงศรีอยุธยา และมีวัดม่วงเป็นวัดประจำหมู่บ้าน

สองฝั่งแม่น้ำแม่กลองยังดูเป็นธรรมชาติ มีต้นไม้เขียวครึ้มขึ้นปกคลุมตลอดริมฝั่ง บรรยากาศบ้านเรือนผู้คนเงียบสงบ ผู้คนต่างรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมมอญ มีภาษามอญ และตัวเขียนดังปรากฏในใบลาน มีศิลปะสำคัญที่มองเห็นชัด เช่น เจดีย์มอญ

คัมภีร์ใบลานที่จารเก่าที่สุดของวัดม่วง ระบุไว้ในปี พ.ศ.2181 ตรงกับสมัยอยุธยาในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดม่วงคงจะมีอยู่อย่างน้อย 387 ปีมาแล้ว (ข้อมูล: กรมศิลปากร)
เจดีย์มอญ

คืนนี้เราพักที่ ดิ แอนทีค รีเวอร์ไซด์ ติดลำน้ำแม่กลอง ห้องพักไม่แพง และมีร้านอาหารริมน้ำบรรยากาศดีมาก

ผู้เขียนได้ข้อมูลมาว่า บริเวณนี้ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานข้ามไปหมู่บ้านมอญ ด้านล่างแม่น้ำมีหลุมหินที่เหลือจากการดูดทราย พอค้นหาข้อมูลก็พบว่านครชุมน์เคยมีการทำสัมปทานดูดทรายใต้แม่น้ำจนทำชายหาดหายไป มองเห็นผิวน้ำดูไหลเอื่อยๆ เลยไม่รู้ว่าด้านล่างไหลเชี่ยวเซาะร่องหิน

ปัจจุบันเรือดูดทรายเห็นมีอยู่มากตามแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อคราวที่ผู้เขียนปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯ ขึ้นไปนครสวรรค์ ริมฝั่งมีจุดลงทราย เขาเททรายลงเรือโป๊ะลำใหญ่ๆ แล้วใช้เรือโยงลากเรือโป๊ะลงมาตามแม่น้ำผ่าน อยุธยา เกาะเกร็ด นนทบุรี ไปกรุงเทพฯ

วิวแถวนครชุมน์
ถ่ายบนสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง

นครชุมน์ ถึง ตำบลบางโตนด อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

ผู้เขียนไม่มีภาพเส้นทาง เพราะยังใช้รถไฟลงที่สถานีเจ็ดเสมียน ส่วนทิมปั่นตามมาถึงจุดพักตอนเย็น คืนนี้เราพักที่ Normal Cafe and Stay เป็นร้านกาแฟมีเค้กและอาหาร ด้านล่างเป็นห้องพักมองเห็นริมน้ำ เก็บจักรยานหน้าห้องได้ ที่พักมีอาหารเช้า และมีร้านรับซักผ้าอยู่ไม่ไกล

เข้าตัวเมืองราชบุรี

วันถัดมาเราเข้าตัวเมืองราชบุรี เช็คอินที่ ฮ๊อป อินน์ ราชบุรี ที่นี่ไม่มีที่จอดจักรยาน เลยไปจอดแอบพิงด้านหลังตึก ก่อนวันเช็คเอาท์มีปัญหากับกลุ่มคนเมาที่เสียงดังทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน หลังออกเดินทางสามีปั่นไปได้ไม่เท่าไหร่ โทรกลับมาว่าชุดเบรกหน้าจักรยานหาย ไม่แน่ใจว่าหลุดเองหรือโดนถอด สุดท้ายขอดูกล้องวงจรปิดโรงแรม ผ่านไปเกือบปียังไม่ได้ข่าว

ตอนเช้าเราไปกราบพระเพื่อเป็นสิริมงคลที่ วัดมหาธาตุวรวิหาร โบราณสถานสำคัญของราชบุรี สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์คือการสร้างพระพุทธรูปปางค์มารวิชัยคู่เป็นพระธานในวิหารแต่ละหลังนั่งหันหลังชนกัน และมีพระปรางค์ศิลปะขอม

หากใครชอบธรรมชาติขอแนะนำ มุมลับเขางู ไปเช้าๆ จะเห็นแสงที่ตกกระทบหินและน้ำ ทำให้มุมลับแห่งนี้มีเสน่ห์มาก

ภูผาแรด มุมลับเขางู ราชบุรี

จากมุมลับ เราเดินตามถนนเล็กๆ ของชุมชนไปยัง ถ้ำฤษีเขางู

ถ้ำฤษีเขางูปากถ้ำเดินขึ้นบันไดไปไม่ไกล เป็นถ้ำไม่ลึก ผนังถ้ำด้านในมีการแกะสลักเป็นรูปพระพุทธเจ้า สันนิษฐานว่าเป็นศิลปะสมัยทวารวดี

ราชบุรี
พระพุทธฉายปางลีลา
ทวารวดี ราชบุรี
พระพุทธฉายปางปฐมเทศนา แกะสลักนูนต่ำบนผนังถ้ำ

ด้านหน้าถ้ำฤษีเขางู เราจะเจอฝูงลิงอยู่ตามทาง เส้นทางด้านในจะพาเดินคดเคี้ยวเลาะไปตามถนนที่มีลิงเป็นจำนวนมาก มีคนขายอาหารเลี้ยงลิงอยู่เป็นระยะ เส้นทางนี้ผ่านจุดชมวิวพาโนรามามุมสูงของบึงน้ำ อุทยานหินเขางู

อุทยานหินเขางู
อุทยานหินเขางู
เส้นทางเดินชมธรรมชาติในอุทยานหินเขางู

เรากลับเข้าเมืองด้วยรถสามล้อเครื่อง เพราะเรียกแกร็บแล้วไม่มีใครรับ ต้องไปถามหารถสาธารณะจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ดูเหมือนจะมีแค่สามล้อเครื่องคันเดียว ทำเอาขากลับหวุดหวิดจะไม่มีรถกลับเข้าเมือง

เที่ยงนี้เราทานอาหารอยู่ในตึกโรงเจจีนโบราณ สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2478 และถูกทิ้งร้าง ปัจจุบันได้รับการซ่อมแซมจนกลายมาเป็นร้านอาหารและกาแฟที่มีเสน่ห์ของเมืองราชบุรี ชื่อ ร้านเซ็ง เต็ก ตึ้ง

ราชบุรีมีสินค้ามีชื่อเสียงเป็น เครื่องปั้นดินเผา ร้านเครื่องปั้นดินเผาที่น่าสนใจเปิดให้เยี่ยมชมคือ โรงงานเซรามิคเถ้าฮงไถ่ มีการจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาศิลปะสมัยใหม่สีสันสดใสดีไซน์สวยงามแปลกตา

ขากลับเราออกทางซอยด้านหลังโรงงาน ผ่าน โรงงานฤทธิ์ศิลป์ เลยขออนุญาตเยี่ยมชม ภายในเป็นโรงงานขนาดใหญ่มุงหลังคาสูง มองเห็นเตาเผาที่ยาวมากๆ เกือบสี่สิบห้าสิบเมตรได้ และมีพื้นที่ปั้นโอ่งอยู่ด้านหลัง ทำงานตามออเดอร์ มีเตาเผาใหญ่มาก ความยาวเกือบพอๆ กับสระว่ายน้ำสากล

ราชบุรี ถึง อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

จากราชบุรีมาที่อัมพวา สมุทรสงคราม ลุงแกร็บมาส่งด้วยราคาที่ขึ้นไว้เพียง 225 บาท คำนวนในใจแล้วก็เพิ่มให้ลุงแกร็บไปตามสมควร เพราะขับไปกลับก็ชั่วโมงครึ่งตามทางเล็กแสนคดเคี้ยว

ที่อัมพวาเจอเขาหลามข้าวข้างทาง มองเห็นน้ำตาลเดือดไหลออกมาเกาะตามผิวกระบอกไม้ไผ่บนเตาปิ้งร้อนๆ เจ้าของร้านเอาให้ชิมได้รสหอมหวานเหมือนคาราเมล ข้าวหลามที่นี่หอมอร่อยนิ่มพอดี ชื่อร้าน ข้าวหลามสมคิด ร้านอยู่ด้านหน้ารีสอร์ทรีเวอร์โคโค

หลามข้าวกันตั้งแต่เช้ามืด
ส่วนประกอบของข้าวหลาม คือ ข้าวเหนียวดำ น้ำตาลทราย ถั่วดำ กะทิ เกลือ
อัมพวา
เช้าๆ ที่อัมพวา พระจะบิณฑบาตรทางน้ำ
ข้าวตักใส่บาตร กับข้าวเทเปลี่ยนภาชนะกับปิ่นโตพระ ท่านจัดวางเป็นสัดส่วนอย่างเรียบง่าย

สายมาเราใช้รถตุ๊กตุ๊กเข้าไปเที่ยวตลาดอัมพวา ดูเขานั่งเรือข้ามฟาก ทำให้คิดถึงเวนิช มันคงมีบางอย่างที่คล้ายกันอยู่

อัมพวา

จังหวัดเพชรบุรี

มาถึงบางตะบูน เพชรบุรี ซึ่งห่างจากอัมพวาราว 35 กม. คนขับใจดีมาจากราชบุรีเพื่อมารับที่อัมพวา แล้วไปส่งที่บางตะบูน ไปกลับราชบุรีถึง 120 กม. แต่คิดเพียง 500 บาท เลยเพิ่มให้พี่คนขับตามสมควร ส่วนทิมปั่นจักรยานตามมา เข้าพักชมวิวน้ำที่ บ้านพักริมน้ำศิริพร บางตะบูน มีอาหารเช้าให้ด้วย

ที่นี่ยังมีเรือขายของที่หลงเหลืออยู่ในคลองบางตะบูนแค่ไม่กี่ลำ

ที่บางตะบูนลมแรงมาก ส่งทิมออกปั่นท้าลมแรงตอนแปดโมงครึ่ง ตัวเมืองเพชรบุรีอยู่ห่างออกไป 20 กม. เจ้าของบ้านพักที่เพชรบุรีขับรถมารับในราคา 500 บาท เส้นทางเป็นงูเลื้อยตามพื้นที่เกษตรแต่ก็ไม่รู้ว่าเลี้ยงอะไร เพราะไม่เห็นเครื่องมืออะไรทิ้งไว้ นอกจากทำคันนาเหมือนแปลงข้าวที่มีน้ำขังเป็นบริเวณกว้าง

ถึงเมืองเพชรบุรี

เมืองเพชรบุรีมีที่เที่ยวน่าสนใจ พอมีเวลาได้ชมตลาดริมน้ำเพชรบุรี ที่นี่มีร้าน ข้าวแช่แม่อร เป็นข้าวแช่ที่สุดชื่นอร่อยมากๆ เราพักที่ A+ Hometel ที่พักหลักร้อย พักสบาย เจ้าของบ้านใจดีมาก อยู่ในชุมชนคลองกระแชงทำให้อยู่ไม่ไกลจากตลาดเท่าไหร่ ตื่นแต่เช้ามืดเดินมาชมตลาด สตรีทอาร์ต และวัด

และถ้ามาเพชรบุรีไม่ไปเดินสำรวจชิมขนมหวานก็จะถือว่าพลาดอย่างแรง เพราะที่นี่มีความหลากหลายสูงมาก นอกจากนี้ยังมีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์อยู่อย่างที่ต้องไปลองคือเขาใส่ปาท่องโก๋ในเย็นตาโฟ มันเป็นสิ่งที่น่าพิศวงฉบับเพชรบุรีอย่างหนึ่งของผู้เขียน

ของดีในเพชรบุรียังมีอีกมากเช่นงานฝีมือช่างเพชรบุรี โดยเฉพาะงานปั้นนูนสูงในวัดต่างๆ ที่โดดเด่น ละเอียด สวย และอ่อนช้อยไม่เหมือนที่ใด

ภาพปฏิมากรรมนูนต่ำ เป็นที่นิยมประดับในหลายวัดของเพชรบุรี
ถ้ำเขาหลวง เพชรบุรี
ในเมืองเพชรบุรีตอนเช้ามืด มีเสน่ห์มาก
บ้านเรือนริมแม่น้ำเพชรบุรี

…………

จบตอนที่ 1

ต่อตอนที่ 2 ได้ ที่นี่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *