
ภาษิตอีสานที่ปรากฏอยู่บน “ผ้าผะเหวด”
โดย สุทธวรรณ บีเวอ
ในวัฒนธรรมอีสานการสอนคติธรรมในการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในชุมชน มักจะปรากฏอยู่ในงานจิตรกรรมประติมากรรมในวัด ไม่ว่าจะเป็นผนังสิมหรืออุโบสถ กำแพง ผนังศาลา หรือกระทั่ง “ผ้าผะเหวด” ที่ใช้แห่ในขบวนแห่บุญผะเหวดหรือขบวนเชิญพระเวสสันดรกลับเข้าเมืองในงานบุญผะเหวดหรือบุญเดือนสี่ (มีบางพื้นที่จัดไม่ตรงเดือนกัน )
โดยในผ้าผะเหวดจะนิยมวาด “ภาษิต” ไว้ในกัณฑ์ที่ 11 กัณฑ์มหาราช ในช่วงที่กล่าวถึง เมื่อชูชกตาย คนก็ได้หามศพออกจากเมือง เพื่อนำไปเผาบนกองฟอนหรือกองไม้ที่จัดไว้เป็นเชิงตะกอนสำหรับเผาศพกลางแจ้งในป่าช้า ซึ่งการวาดคติธรรมท้องถิ่นปรากฏให้เห็นอยู่เพียงกัณฑ์เดียว คือ กัณฑ์ที่มีความตายของชูชก เพื่อสอนใจให้คนทำดี ละเว้นความชั่ว ให้มองเห็นผลกรรมที่ตามมาเหมือนเงาตามตัว
สำหรับภาษิตยอดนิยมที่แอดมินเคยเห็นในผ้าผะเหวดหลายผืน ช่างมักจะวาด “หัวล้านชนกัน” และ “หาบช้างซาแมว” และก็มีที่ไม่ค่อยเห็นบ่อย แต่ก็พอเห็นอยู่บ้าง คือ “ป้ำช้างเอางา บ้ำหมาเอาแข่ว ป้ำแม้วเอาผ้าโพกหัว ป้ำจั่วสับไม่ถอก” ซึ่งหาคนที่รู้ความหมายได้ค่อนข้างยากแล้วในยุคนี้
แอดมินจึงได้สอบถามไปยังคณาจารย์หลายท่าน ซึ่งได้ให้ความเห็นต่อภาษิต “ป้ำช้างเอางา บ้ำหมาเอาแข่ว ป้ำแม้วเอาผ้าโพกหัว ป้ำจั่วสับไม่ถอก” โดยสรุปรวม ดังนี้

ป้ำช้างเอางา ป้ำหมาเอาแข่ว ป้ำแม้วเอาผ้าปกหัว ป้ำจั่วสับไม่ถอก
Killing or fighting an elephant for tusks, Killing or fighting a dog for teeth, Killing or fighting Hmong for headwrap and Tear down a rafter to make a wooden wedge.
ป้ำช้างเอางา (Killing or fighting an elephant for tusks)
ป้ำ = ฆ่า, ต่อสู้แบบกอดรัดฟัดแหว่ง (Killing or fighting)
ช้าง = ช้าง (elephant)
เอา = เอา (take)
งา = งา (tusk)
ป้ำหมาเอาแข่ว (Killing or fighting a dog for teeth)
ป้ำ = ฆ่า, ต่อสู้แบบกอดรัดฟัดแหว่ง (Killing or fighting)
หมา = หมา (dog)
เอา = เอา (take)
แข่ว = ฟัน (teeth)
ป้ำแม้วเอาผ้าปกหัว (Killing or fighting Hmong for headwrap)
ป้ำ = ฆ่า, ต่อสู้แบบกอดรัดฟัดแหว่ง (Killing or fighting)
แม้ว = ม้ง (Hmong)
เอา = เอา (take)
ผ้าปกหัว = ผ้าโพกหัว (headwrap)
ป้ำจัวสับไม่ถอก (Tear down a rafter to make a wooden wedge)
ป้ำ = รื้อถอน (tear down)
จัว = ไม้จั่วบ้านอีสาน (rafter)
สับ = สับ (chop)
ไม่ = ไม้ (wood)
ถอก = ไม้ตอกลิ่ม (wooden wedge – this probably a tool for splitting wood)
อาจารย์ชอบให้ความหมายตอนที่ยังไม่เห็นภาพ อาจจะแปลว่า การที่รื้อหรือถอนไม้จั่วลงมาเพื่อจะสับให้เหลือเป็นไม้ตอกลิ่ม ซึ่งไม่คุ้มค่า แต่หลังจากเห็นภาพแล้ว อาจารย์ก็ไม่สามารถอธิบายภาพเณรนี้ให้ได้ตรงๆ (แอดมินก็เลยสันนิษฐานว่า ช่างอีสานน่าจะตั้งใจวาดเณรน้อยแทนจั่วบ้าน เพราะออกเสียง จัว ใกล้ๆ กัน และดูมีอารมณ์ขันได้หยอกเณรขึ้นมาหน่อย)
ดังนั้นโดยรวมภาษิตนี้อาจหมายถึง การกระทำการสิ่งใดๆ ก็ตามที่ไร้คุณค่า เป็นการลงทุนลงแรงโดยไม่มีประโยชน์
It is a proverb telling people to think about their actions. Don’t do things that do not provide any value, or where the labor not useful.
ดูจากเรื่องราวแล้วก็คงเหมือน ชูชูกทำแทบตาย สุดท้ายไม่ได้อะไรเลย
ส่วนอีกสองคติธรรมที่นิยมในวัดหมู่บ้านอีสาน ได้แก่
หัวล้านชนกัน
การต่อสู้ที่ต้องใช้หัวดันกันให้อีกฝ่ายออกไปจากวงล้อมให้ได้ โดยเฉพาะพวกที่มีปัญหาทะเลาะกันไม่แล้วไม่เลิก ท้ายสุดใครชนะก็ตามแต่เจ็บหัวแน่นอน คนที่ได้คือคนเชียร์ที่สนุกสนาน การเล่นหัวล้านชนกันนี้หลายท่านว่ามีให้เห็นอยู่ในงานบุญผะเหวดแต่โบราณ หาได้ยากแล้วในตอนนี้

หาบช้างซาแมว
ภาษิตนี้ชี้ให้เห็นว่า คนเรามักทำบาปหนักหนาสาหัสเหมือนหาบช้าง แต่ทำบุญน้อยนิดเหมือนซา(หิ้ว) แมว ทำให้ชีวิตทุกข์ยากลำบาก เป็นคติเตือนใจเร่งสร้างบุญคุณงามความดีให้มากๆ ให้รู้จักละเว้นความชั่ว ลดบาปให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้ชีวิตตกต่ำจนไปสู่ทุคติเหมือนชูชก

(จบ)
……………
สนใจ คติธรรมอีสาน ภาษิตอีสาน เพิ่มเติม
โปรดคลิ๊กในบทความด้านล่างนี้
ผญาอีสาน: สุภาษิตอีสานในภาพจิตรกรรมชั้น 5 พระมหาธาตุแก่นนคร วัดหนองแวงพระอารามหลวง ขอนแก่น
ศิลปะโดยรอบศาลาโพธิสาร 72 วัดโพธิ์บ้านโนนทัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น