แจกแผนที่นำทางจักรยานชายหาดภาคใต้: กรุงเทพฯ สู่ สงขลา 1,348 กิโลเมตร (Ride With GPS: Bangkok to Hat Yat) Part 2

แจกแผนที่นำทางจักรยานชายหาดภาคใต้: กรุงเทพฯ สู่ สงขลา 1,348 กิโลเมตร (Ride With GPS: Bangkok to Hat Yat) Part 2

เรื่องโดย สุทธวรรณ บีเวอ

เราจะไปภาคใต้โดยปั่นจักรยานชายทะเลแบบแทบไม่ออกไปเจอรถบนถนนใหญ่ได้ไหม ผู้เขียนคิดว่าแผนที่ “นำทาง” นี้น่าจะตอบโจทย์นี้สำหรับการใช้งานได้

แผนที่นำทาง คลิ๊กที่นี่ Ride with GPS: Bangkok to Hat Yai

(วิธีการใช้แผนที่เพื่อนำทาง ใช้ผ่านแอปพลิเคชั่น Ride with GPS ดาวน์โหลดใช้งานฟรีได้ อยู่ใน ตอนที่ 1)

จากบทความตอนที่แล้ว เราได้บอกเล่าการเดินทางจากกรุงเทพฯ จนถึงจังหวัดเพชรบุรี ในบทความนี้ได้บันทึกสิ่งที่น่าสนใจที่เราผ่านในเส้นทางจากเพชรบุรีไปยังสงขลา

เขาหลวง เพชรบุรี
ถ้ำเขาหลวง เพชรบุรี
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์

มุ่งสู่หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์

จากเพชรบุรีจนถึงหัวหิน จะผ่านหาดชะอำ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ฯลฯ จนมาถึงหัวหิน

ที่หัวหินเราได้ที่พักในราคาไม่แพงอยู่ใกล้ทะเล แถวนั้นมีสะพานปลา ตอนเย็นวันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์มีถนนคนเดิน ร้านสตรีทฟูดยาวเป็นแถวไปตามสะพาน มีเล่นดนตรีสดให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศลมชายทะเลและคนตกปลาที่สนุกสนานอยู่แถวตอม่อ

เรือประมงที่เทียบท่าแถวสะพานปลาหัวหิน
ถนนคนเดินสะพานหัวหินปลา

สำหรับอาหารที่หัวหิน มีให้เลือกหลากหลายมาก ตอนมาถึงผู้เขียนแวะไปร้านกาแฟริมทะเล มองออกไปเห็นน้ำทะเลสีฟ้า

ร้านหัวหินวีแกน (Hua Hin Vegan) อาหารมังสวิรัตน์อร่อยในตัวเมืองหัวหิน
มาภาคใต้อย่าลืมทานขนมจีนน้ำยา พร้อมผักพื้นบ้านสดๆ

เล่าถึงประสบการณ์อาหารที่ภาคใต้ อย่าง “ขนมจีนน้ำยา” ซึ่งได้รับควานิยมมาก และด้วยความที่ร้านขนมจีนมีหลายน้ำยา ก็เลยสั่งเป็น “ขนมจีนน้ำยาน้ำพริก” เพราะชอบทานน้ำยาหวาน ปรากฏว่าแม่ค้าราดน้ำยากะทิผสมกับน้ำยาน้ำพริกมาให้

ผู้เขียนโวยวายตามระเบียบเพราะไม่ได้สั่ง แม่ค้าเลยให้ความรู้ว่า ถ้าเอารสชาติน้ำพริกอย่างเดียวเขาเรียกว่า “ขนมจีนน้ำพริก!” (สั่งผิดมาตลอดชีวิต)

ช่วงหลังมา พอสั่งน้ำพริกร้านก็ถามว่า “ไม่เอากะทิด้วยหรอ”

……

ตอนออกจากหัวหิน เราใช้เส้นทางเลาะข้างคลองน้ำและรางรถไฟ มาจนถึงถนนใหญ่ เข้าสู่เลนจักรยานที่แยกจากถนนใหญ่ ช่วงนี้ปั่นง่ายจนถึง เขาเต่า ประมาณ 15 กม. จากตัวเมือง

ประจวบคีรีขันธ์ยังมี pm สูงอยู่
มีทางจักรยานแบบนี้ดีต่อใจมาก

ถึงเขาเต่าบรรยากาศดี สงบ ลมแรง แถวนี้เห็นฝรั่งใส่บิกินีเล่นน้ำ ส่วนที่ปั่นจักรยานไปก็ถอดเสื้อตากแดด หันกลับมาดูตัวเองใส่เสื้อกันแดดคลุมหัวเหลือแต่ลูกกะตา

หาดทรายน้อย

เรามาพักที่หาดทรายน้อย แถวเขาเต่า ที่นี่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติมาก

ออกจากเขาเต่า เราปั่นเลียบหาดดูคลื่นอย่างยาวนาน มองเห็นต้นสนที่ขึ้นบนทราย ดูแปลกตาสำหรับผู้เขียนที่เห็นสนเกือบทั้งชีวิตตามป่าบนภูเขาสูง

จากชายทะเลวนอุทยานปรานบุรี หาดข้าวเหนียว ไปจนถึงบึงบัว ประจวบคีรีขันธ์ ทางราบเรียบไม่มีรถมาก แต่ปีนเขาสั้นๆ อยู่สองจุด

เส้นทางผ่านวนอุทยานปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์
ถนนเลียบชายทะเลระหว่างทาง
เขาสามร้อยยอด
เส้นทางไปบึงบัว อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

ใกล้ถึงโฮมสเตย์ มีช่วงลงเขา หันไปถามสามีจะปั่นลงยังไง ชะโงกหน้าไปยังมองไม่เห็นอีกฝั่ง สามีหันมาตอบว่า “คิดบวก” แล้วก็ปั่นไปก่อน ส่วนผู้เขียนได้แต่กระชับหมวก ปั่นลงแบบเตะเบรกสลับล้อหน้าล้อหลังเป็นระยะ ไม่ปล่อยพรวด ทำให้ลงง่ายกว่าที่คิด พอถึงพื้นมองไปเห็นรถที่จะสวนขึ้นไปมีเสียงแบบอืดๆ

มาถึง ลุงชาโฮมเสตย์ ที่ตั้งอยู่ริม บึงบัว อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ตอนบ่ายแก่ๆ

ทิวเขาระหว่างทางไปบึงบัว อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
เรือที่โฮมสเตย์ติดต่อให้เข้ามารับจะพาชมบรรยากาศจนถึงที่ทำการอุทยานฯ
วิวจากบึงบัว อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
ขากลับออกจากโฮมสเตย์ เราเอาจักรยานขึ้นรถเจ้าของโฮมสเตย์เป็นวิธีลัดไปส่งตรงทางราบ เพราะทางออกค่อนข้างชัน ไม่อยากเข็นแต่เช้า
ออกจากบึงบัว ขึ้นถนนใหญ่พอมีรถบ้างแต่ไม่มาก เพราะยังเช้าอยู่

เราปั่นเลาะเขตอุทยานมาเรื่อยๆ ถนนเวิ้งว้างสุดลูกตากลางนากุ้ง ไม่มีร้านค้า รอบตัวมองไปเป็นเขาหินปูนสูงตระหง่าน นกตัวใหญ่ๆ หากินปลาอยู่มากมาย วันนี้ท้าแดดที่แรงกว่าเมื่อวาน อาศัยลมทะเลลดความร้อน ได้ไปนั่งพักผ่อนร้านกาแฟแถวปากน้ำก่อนถึงอำเภอกุยบุรี

ร้านแฟกันป๊ะ ต.เขาแดง อ.กุยบุรี มองเห็นปากน้ำคลองเขาแดงไหลลงทะเล บรรยากาศดีมาก
เส้นทางอำเภอกุยบุรี

เราผ่าน คลองวาฬ สัญลักษณ์ป้ายถนนบอกเรื่องราวเขาเล่าว่าครั้งหนึ่งที่นี่เคยมีวาฬมาเกยตื้นเยอะ ที่คลองวาฬไม่ค่อยมีหาด แต่มีกองหินกั้นน้ำกับฝั่ง ถ้าอยากเล่นน้ำต้องไปเล่นที่ หาดอ่าวมะนาว ที่เพิ่งปั่นผ่านมา

อ่าวมะนาว
คลองวาฬ
กระบองเพชรน่ารักๆ เป็นพันธุ์ที่เห็นตามทางบ่อย
ปั่นผ่าน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หว้ากอ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หว้ากอ
ชายหาดด้านหน้าอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ออกจากหว้ากอ ใช้เส้นทางไปทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์ โดยขึ้นถนนใหญ่ที่มีไหล่ทางกว้างประมาณ 10 กม. นอกนั้นเป็นทางลัดเลาะหมู่บ้านและดงมะพร้าว

ที่น่าสนใจก่อนถึงทับสะแกราว 10 กิโลเมตร มีหมู่บ้านขนาดเล็กที่เห็นฝรั่งเยอะมาก เราปั่นผ่าน รร.สอนภาษาสวีเดน ร้านนวด และร้านอาหารที่มีเมนูนานาชาติ

ได้ความว่าเป็นช่วงเดือนที่เขานิยมมากัน เพราะแถวนี้มีคอนโดและบ้านพักริมทะเล ต่างชาติที่มาดูเหมือนจะชอบมอเตอร์ไซด์ต่อพ่วงที่นั่งด้านข้าง เห็นขี่มากันเป็นครอบครัวดูสนุกกับบรรยากาศท้องถิ่น มองปากซอยเห็นป้ายเขียนเป็นภาษาเยอรมันไว้ใช้งานกัน

ระหว่างทางไปทับสะแก จะผ่านทางเข้าหาดวนกร เส้นทางเลียบหาดทรายไปต่อไม่ได้เป็นทางตัน ทำให้ต้องปั่นตามถนนใหญ่ลุ้นรถเยอะและขับเร็ว แต่ยังพอมีไหล่ทางกว้างให้เราได้หลบรถได้บ้าง

จากทับสะแก เราจะผ่าน หาดบ้านกรูด หาดแม่รำพึง และ สะพานข้ามคลองแม่รำพึง ไปจนถึง หาดสวนหลวง บางสะพาน ซึ่งยังอยู่ในประจวบคีรีขันธ์ (ปั่นมาแล้วหลายวันยังไม่ออกจากประจวบฯ เลย) เส้นทางนี้เป็นถนนเล็กๆ ริมทะเล บางช่วงผ่านบ้านเรือนที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางป่าโกงกาง ผ่านสวนมะพร้าว ได้กลิ่นหอมมะพร้าวเผา ข้างทางเห็นมีเผาถ่านกะลาเป็นช่วงๆ

ทางสบายๆ ผ่านทุ่งมะพร้าว
วันนี้ขึ้นทางข้ามรถไฟหลายรอบ
แถวบางสะพานน้อย หาดสน ลมแรงมาก
ลิงเก็บมะพร้าว

ระหว่างทางเจอเขาเอาลิงกังขึ้นต้นมะพร้าว วิถีคนกับลิงที่นี่ดูสบายๆ ท่ามกลางกระแสแอนตี้แรงงานลิงจากโลกตะวันตก เหล่าลิงกังก็ใช้ชีวิตคล้ายแรงงานคน บ้างนั่งท้ายรถกระบะ บ้างนั่งมอเตอร์ไซด์ ไปทำงานด้วยเฉกเช่นทีมฟุตบอลที่มีโค้ช

เจ้าของลิงเล่าว่า ลิงกังตัวนี้ชื่อ ช้าง นิสัยเรียบร้อย ขนสวย อายุ 4 ปี เลือกมะพร้าวเก่ง

เวลาจะสอนลิงขึ้นมะพร้าวเก็บมะพร้าว ก็จะฝึกให้มันปั่นลูกแห้ง ฝึกเฉพาะลักษณะของลูกมะพร้าวที่ต้องการ ลิงที่ผ่านการฝึกแล้ว เวลาเจ้าของตะโกนสั่งงานก็ฟังเข้าใจ สั่งขึ้น สั่งลง เก็บลูก คุยกับมันตลอดได้ทั้งวัน

ลิงช้างทำงานเหมือนคน มีพักกลางวัน กินข้าวสามเวลา บางมื้อก็เป็นนมกับกล้วยหอม ชอบกินข้าวกับแกงเผ็ดๆ ให้แกงจืดมีมองหน้า เจ้าของลิงได้ค่าแรงจ้างขึ้นมะพร้าวจากเจ้าของสวนลูกละ 3 บาท เป็นงานอิสระ ทำสวนนี้เสร็จ ก็ไปสวนอื่นต่อ

ผ่านสวนปาล์มภาคใต้ ด้วยความที่มีฝนชุก ลำต้นปาล์มเลยดูสวยงามจากเฟริ์นที่ขึ้นคลุม
บ้านนกนางแอ่นในชนบท

จังหวัดชุมพร

จังหวัดชุมพรนี่ผู้เขียนประทับใจมาก มีโอกาสเดินทางผ่านหมู่บ้านต่างๆ ได้เห็นวิถีชีวิตการหาอยู่หากินที่หลากหลายของผู้คนท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่

เราผ่าน บางสะพานน้อย อำเภอสุดท้ายของประจวบคีรีขันธ์ และเข้าสู่เขตจังหวัดชุมพร จุดแวะแรกเป็น ร้านกาแฟขี้ชะมดในโครงการส่วนพระองค์ มองเห็นชะมดนอนกลางวัน ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้การทำกาแฟและการขยายพันธุ์ชะมด

ถัดมาไม่ไกลกันคือ Sand dune หรือ เนินทรายชายฝั่ง (Coastal dune) บ้านบางเบิก เนินทรายแห่งนี้ก่อตัวจากกระแสน้ำและลมเป็นเวลานานนับพันปี ทรายที่สะสมบริเวณนี้มีความละเอียดมากราวกับผงแป้งเนื้อสัมผัสบางเบา

ภาพวาดชะมด โครงการส่วนพระองค์ จ.ชุมพร
Sand dune บ้านบางเบิก จ.ชุมพร
วิวบนเขาของวัดแก้วประเสริฐ อำเภอปะทิว จ.ชุมพร
ตากปลาอย่างไรให้ดูอาร์ต หมู่บ้านโฮมสเตย์บ้านบ่อสำโรง จ.ชุมพร
ชุมพร ทางปั่นจักรยาน
เส้นทางจักรยานในชุมพร
ปั่นเลียบชายทะเล

เรามาถึงบางน้ำจืด ตำบลหลังสวน ทางที่มามีขึ้นเขา 1 ลูก สั้นๆ ชันเล็กน้อย มองเห็นอ่าวในมุมสูง และขึ้นลงๆ เข็นบ่อยๆ ตลอดทาง ตอนปั่นลมไม่แรงมากเพราะไม่อยู่ริมหาด แต่ในทะเลมีลมแรงจนเรือออกฝั่งไม่ได้ โปรแกรมเที่ยวเกาะพิทักษ์ก็เลยอด

ชมวิวบนเขา
บ้านสวนระหว่างทาง
แรงงานตัดปาล์มผู้มีความสุข
ใบจากอ่อนใบใหญ่จากกระบุรีตากแห้งตามถนน แห้งแล้วเอามาสับเป็นชิ้น ม้วนทำใบมวนยาสูบ เป็นอาชีพเสริมครัวเรือน
ข้างทางเห็นเขาตากเคย(กุ้งเล็กๆ) ทำกะปิ
พี่เขาเล่าว่าต้องเอามาหมักเกลือคืนหนึ่งก่อนตากแดด แล้วค่อยเอามาตำละเอียด
เราไปแวะวัดหลายที่ หลายวัดมีจิตรกรรมฝาผนังที่ดูแล้วก็รู้ว่ามาจากวัดทางภาคใต้
เวลาปั่นผ่านบ้านสวนมักจะเห็นเขาเลี้ยงหมาโดยผูกเชือกแบบนี้ มันเลยวิ่งไปมาได้ไกลมากขึ้น และไม่ไปไล่งับคนอื่น

สุราษฎร์ธานี

ปั่นเมื่อวาน ปั่นตากแดดเผาหัวมาก ถึงสุราษฎร์ธานีแบบเลี่ยงปั่นทางหมู่บ้านไม่ได้เพราะไม่มี ก็เลยปั่นบนทางหลวงแผ่นดินเลขสี่หลัก ถนนเป็นสองเลน ไหล่ทางบางจุดแคบ รถค่อนข้างเยอะ รวมถึงรถบรรทุกดินที่เห็นว่าทางใหญ่กำลังซ่อมเลยมาวิ่งทางรองกัน

สองวันมานี้เจอจักรยานท่องเที่ยวหลายคัน ส่วนใหญ่ที่ปั่นสวนกันไปเป็นชาวต่างชาติเกือบทั้งหมด และเจอทัวร์จักรยานกลุ่มใหญ่ที่จะปั่นไปภูเก็ตโดยมีรถตู้ตาม มีไกด์คนไทยเป็นผู้ชายดูแข็งแรง อัธยาศัยดี ปั่นนำ

และเจอนักท่องเที่ยวตะโกนทักสามีระหว่างทาง จำเราได้เพราะเห็นลงรูปท่องเที่ยวในเฟสกลุ่มจักรยาน

สิ่งที่น่าสนใจในทางเส้นนี้ เราจะเจอแผงขายหอยปูแมงดาสดมาก ชนิดที่ยังไม่ตาย ปูยังเดิน หางแมงดายังส่ายไปมา เขาก็นึ่งขายกันอยู่ตรงแผงนั้นเลย มองจากสะพานจะเห็นมีเรือประมงหลายลำจอดอยู่ ที่นี่คือ ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฏร์ธานี

แถวนี้อุดมสมบูรณ์ มีท่าขึ้นอาหารทะเล เห็นแมงดาทะเล และหอยหลากหลายชนิด มีบริการนึ่งให้ด้วย
ศรียาภัยอนุสรณ์ เจดีย์ธาตุบรรจุอัฐิของพระยาวจีสัตยารักษ์ อดีตเจ้าเมืองไชยา ที่พุมเรียง มีประวัติน่าสนใจที่ท่านเป็นผู้คิดสร้างระเบิดมือขึ้นเป็นครั้งแรกของไทย อาวุธปราบโจรจีนสลัดได้สำเร็จ

ในเส้นทางนี้ยังมี บ่อน้ำพุร้อนเค็ม อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี น้ำพุร้อนเค็มมีไม่กี่แห่งในโลก ที่น้ำพุร้อนเค็มแห่งนี้น้ำไม่ได้ร้อนมากแค่สี่สิบกว่าองศาไปจนถึงหกสิบกว่าองศาเลยไม่มีกิจกรรมต้มไข่

มีสระน้ำพุร้อนเค็มขนาดใหญ่สามารถว่ายน้ำได้
น้ำในน้ำพุร้อนเค็มจะมีพวกคลอไรด์ ฟลูออไรด์ ซัลเฟส เหล็ก ทองแดง ตะกั่ว และแคทเมี่ยม มีรสเค็มเล็กน้อย ชาวบ้านที่นี่นิยมมาแช่เพราะเชื่อว่ารักษาโรคอัมพาต
หินบริเวณน้ำพุร้อน
ไม่ไกลจากน้ำพุร้อนเค็ม มีเหมืองเก่าที่กลายมาเป็น แกรนแคนย่อนท่าฉาง เป็นจุดเช็คอินอีกจุดที่น่าสนใจ

เราถึงเมืองสุราษฎร์ธานี ตอนค่ำไปเดินตลาดถนนคนเดิน ตลาดคึกคักมากถึงมากที่สุดเพราะมีถึงสามสี่ตลาดที่อยู่ติดๆ กัน บริเวณนี้มีทั้งอาคารโบราณ การแสดงศิลปะท้องถิ่น ขนมและอาหารที่เป็นที่นิยมของภาคใต้

โนรา การแสดงพื้นเมืองที่เป็นที่นิยมของภาคใต้
ข้าวเหนียวสองดัง ขนมโบราณท้องถิ่น

จากสุราษฎร์เราพักไม่กี่วัน และตั้งใจจะข้ามเรือไปเที่ยวสมุย 1 คืน เลยขอฝากจักรยานไว้กับโรงแรมในเมืองสุราษฎร์ธานีที่เราเข้าพักวันแรกคือ โรงแรม CBD โรงแรมพักสบาย ราคาไม่แพง จอดจักรยานด้านในโรงแรมใต้บันไดได้สองคัน

ไปสมุย

เราไปขึ้นบัสของซีทราน ที่ Seatran coach สถานีรถโดยสาร ซีทราน โคช นั่งประมาณหนึ่งชม.จากเมืองสุราษฎร์มาลงเรือข้ามฟากเพื่อไปเกาะสมุยอีกชม.ครึ่ง มีค่าโดยสาร 320 บาทต่อคนต่อเที่ยว

ถึงท่าเรือเกาะสมุย เรานั่งรถสองแถวไปที่โรงแรม บอกชื่อโรงแรมแล้วสองแถวก็จะวนไปส่งให้ จ่ายไปคนละ 50 บาท โรงแรมอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ

ที่สมุยเราเรียกใช้แกร็บคาร์ ราคาไปใกล้ๆ แพงมาก เช่น 3 กม. 300 บาท, 21 กิโลเมตร 600 บาท ข้อคิดเห็นคือแท็กซี่สมุยราคาถูกกว่าแกร็บ ส่วนจักรยานไม่ค่อยอยากแนะนำให้ปั่นที่นี่ เพราะนอกจากไม่มีเลน บริเวณไหล่ทางก็ยังกลายเป็นที่จอดรถ แถมรถส่วนใหญ่ขับเร็วเพราะต้องขึ้นลงเนิน และมีรถติด

เกาะสมุย
สมุย
ภาพวิถีชีวิตท้องถิ่นดั้งเดิมในวัดบนเกาะสมุย

มุ่งสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช

ออกจากเมืองสุราษฎร์ธานี ถนนที่ออกจากในเมืองบางช่วงไหล่ทางแคบแม้มีสองเลน รถก็ยังมาเบียดให้เครียดเล่น

เราอยู่บนถนนใหญ่เท่าที่จำเป็น ก่อนเข้าสู่ทางเล็กเขตชุมชนมุสลิม เลาะตามหมู่บ้านและสวนไปเรื่อยทั้งวัน เส้นทางนี้แทบไม่มีร้านค้าและแทบไม่เห็นร้านข้าว แต่ละสวนพื้นที่กว้างมากจนบ้านเรือนห่างกันไปหมด ส่วนใหญ่เป็นสวนยางพารา และมีต้นปาล์มน้ำมันบ้างสลับกันไป

รถขายปลาทะเลในชุมชนมุสลิม

ปั่นผ่านหมู่บ้านที่ต้มหอยขาย เป็นหอยตอกที่เค้าคราดมาจากน้ำทะเลแถวใต้สะพาน เทใส่น้ำเดือด ปั่นให้เนื้อลอย แล้วช้อนออก เอาเนื้อขายบ่อเลี้ยงกุ้ง แล้วเอาเปลือกไปทำปุ๋ย

อุปกรณ์หลักกระทะและเครื่องปั่น ชาวบ้านจะเทหอยตอกลงในน้ำเดือด พอปั่นแล้วเนื้อหอยจะลอยแยกขึ้นมา สามารถตักเนื้อออกได้สองถึงสามรอบ แล้วตักแยกเปลือกทิ้งอีกกอง
เปลือกหอยตอก
เนื้อหอยตอกที่ปั่นได้
ระหว่างทางเจอคณะม้วนยาสูบใบจากส่งขาย
ยาสูบใบจาก

เรามาถึงเนินเขา อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ทางชันมากและถนนเป็นลูกคลื่นต่อเนื่อง หาจังหวะปั่นขึ้นไม่ได้ พอปั่นไปซักหน่อยล้อหน้ายกจนต้องดีดตัวเองออกจากจักรยานอยู่สองรอบ สุดท้ายเลยลงเข็นดีกว่า

วันนี้แดดแรงมาก นอกจากที่ต้องสู้ด้วยกำลัง อารมณ์ตัวเองก็ร้อนเพราะคุยกันไม่รู้เรื่องกับสามีตั้งแต่เช้า พอสมองมีปัญหา แรงปั่นก็หมด พอดึงสติได้ก็ปิดวาจา อาศัยมองอารมณ์ตัวเองจนระงับ เอาพุทโธจับลมหายใจเข้าออก อารมณ์ที่ขุ่นมัวก็สงบลงเป็นพักๆ พอให้ขามีแรงปั่นต่อไป นี่คือการฝึกฝนตัวเองที่แท้จริง

ถึงหาดหน้าด่านตอนเย็น เหนื่อยแทบขาดใจ

ถนนที่อำเภอขนอม นครศรีธรรมราช
จุดชุมวิวบนเขาอำเภอขนอม นครศรีธรรมราช
วิวบางช่วงบนเขาอำเภอขนอม นครศรีธรรมราช
แวะวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) อ.สิชล นครศรีธรรมราช
วัดเจดีย์ ไอ้ไข่
ไก่แก้บนนับหมื่นนับพันเต็มอยู่ลานวาดดูอลังการ
ระหว่างทาง นครศรีธรรมราช
ร้านพ่อปลูกลูกปรุง ห่างจากวัดไอ้ไข่ประมาณสิบกว่ากิโลเมตร อยู่ติดคลองกลาย ร้านนี้แนะนำเมนูดอกไม้ผักทอด ฝีมือการทอดขั้นเทพไม่อมน้ำมัน และยังมีพิซซ่าผักกูดด้วย

เรามาถึง โรงแรมคัลเลอร์ บีช รีสอร์ท อยู่ ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา ได้ข่าวจากน้องพนักงานว่า พรุ่งนี้ตีสี่จะมีงานทานไฟของวัดที่อยู่ใกล้ๆ

ตื่นมาก็พากันเดินฝ่าความมืดไปวัด นึกว่าจะเงียบเหมือนบุญข้าวประดับดินแถวบ้าน ที่ไหนได้ชาวบ้านขนเอาทุกอย่างมาตั้งโต๊ะกันตอนตีสี่ ทั้งก่อไฟ ทำอาหาร คนก็เยอะรถก็ติดลงของเหมือนงานลอยกระทง ราวครึ่งชั่วโมงถนนถึงสามารถสัญจรได้

งานทานไฟ “วัดโสภณตรีธาราม นครศรีธรรมราช” ไฮไลท์จะมีการก่อกองไฟขนาดใหญ่ให้พระได้ผิงหายหนาวในเดือนนี้ แล้วก็ถวายอะไรอุ่นๆ ให้ท่านฉันกันตั้งแต่ตีห้า ส่วนไฟกองใหญ่ก็ไปจุดชายหาด พระอาจจะไม่อุ่นเพราะอยู่ในวัด แต่โยมชอบกันมาก

ที่ด้านหน้ากองไฟมีคุณป้าท่านหนึ่งทำพิธีบอกกล่าวเงียบๆ กับเครื่องสักการะซึ่งเป็นอาหารจากโรงทานต่างๆ และมีถาดสำหรับวางปัจจัย ชาวบ้านก็จะเดินมาทำบุญพร้อมไหว้อธิษฐานกับกองไฟ

มีที่ประทับใจอยู่อย่าง ที่ตรงด้านหน้าแต่ละโรงทาน บนโต๊ะจะมีบาตรให้ใส่เงินแล้วแต่ร่วมทำบุญเท่าไหร่ก็ได้แล้วแต่กำลัง แล้วรับอาหารไป คนที่มาก็ไม่เห็นมีใครแย่งหรือถือถุงล่าอาหาร ทุกคนได้รับอาหารพอเพียงและร่วมบุญกันอย่างสนุกสนาน เป็นงานบุญในชุมชนที่อบอุ่นมาก

เราออกจากตัวอำเภอท่าศาลา วิ่งตามถนนเล็กๆ มาจนถึงเมืองนครศรีธรรมราชราว 37 กม. ทิมยังคงเป็นไข้หวัด ส่วนผู้เขียนเริ่มคันคอ ความง่วงกำลังครอบงำ จนต้องพักในเมืองเป็นคืนที่สาม โชคดีที่พักดีมากแล้วราคาไม่แพง

เส้นทางลัดเลาะตามชุมชน
ภาคใต้นิยมเลี้ยงนกเพื่อประชันเสียงกันมาก ปั่นผ่านไปเห็นเขานั่งจับกลุ่มกันกับกรงนกอยู่บ่อยๆ
วัดไพศาลสถิต ปากพูน เมืองนครศรีธรรมราช
อนุสาวรีย์วีรไทยหรืออนุสาวรีย์พ่อจ่าดำ สดุดีทหารกล้าช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในบรรจุอัฐิของเหล่าวีรชน

ที่เมืองนครศรีธรรมราชไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์หนังตะลุง พี่เจ้าของใจดีมากสอนตอกหนังและก็มีการแสดงหนังตะลุงจ่ายค่าดูคนละไม่มากเปิดการแสดงรอบพิเศษให้เลย, ไปไหว้ศาลพระเสื้อเมือง ขอพรปีใหม่ตรุษจีน, ไป วัดสวนหลวง ที่มีปั้นนูนต่ำและจิตรกรรมฝาผนังโบราณ, ไป วัดเสมาเมือง กราบระลึกถึงหลวงปู่ทวด และไป วัดมหาธาตุ โดดเด่นด้วยอิทธิพลสถาปัตยกรรมอินเดียและอินโดนีเซีย(ชวา ภาคกลาง) สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวปลายพุทธศตวรรษที่ 13-ต้นพุทธศตวรรษที่ 15 พระบรมธาตุเจดีย์ล้อมรอบด้วยเจดีย์รายถึง 120 องค์

การแสดงหนังตะลุงในโรงหนังของบ้านศิลปินแห่งชาติ
หุ่นหนังตะลุง
ตอกฉลุหนัง
บ้านศิลปินแห่งชาติ นายหนังสุชาติ ทรัพย์สิน
รูปเหมือนหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดเสมาเมือง ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่ศึกษาเรียนธรรมะอยู่หลายปี
วัดมหาธาตุ มีผังมณฑลที่ใช้ในสถาปัตยกรรมฮินดูและบ่อยครั้งใช้จัดวางสถาปัตยกรรมพุทธศาสนามหายานในชวาภาคกลาง ตัวอย่างเช่น บุโรพุทโธ และโบราณสถานเขาคลังนอก เป็นต้น (ข้อมูล กรมศิลปากร)
ขอพรปีใหม่ตรุษจีนที่ศาลพระเสื้อเมืองซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระเสื้อเมืองสององค์ เนื่องจากชาวจีนนับถือกันมากจึงได้สร้างศาลใหม่ให้ โดยมีลักษณะเป็นศาลเจ้าแบบจีน
ปั้นนูนต่ำและจิตรกรรมฝาผนังโบราณ ที่วัดสวนหลวง

เมืองนครศรีธรรมราช ถือว่าเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีการค้าขายเชื่อมโยงกับต่างประเทศโดยเฉพาะอินเดียและจีน เพราะภูมิศาสตร์ตั้งอยู่กึ่งกลางคาบสมุทรมลายู มีชายฝั่งยาวและอ่าวที่เหมาะกับจอดเรือสินค้า ทำให้วัฒนธรรมชุมชนได้รับอิทธิพลไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพบรูปเคารพศิลปะอินเดียทั้งพุทธและพราหมณ์หรือฮินดู

กลองมโหระทึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช สันนิษฐานอายุประมาณ 1500-2000 ปี
ภาพการค้าโบราณของนครศรีธรรมราช
พระพิมพ์ภาพอัษฐมหาโพธิสัตว์ ศิลปะศรีวิชัย พระพุทธรูปประทับนั่งแสดงธรรมจักรมุทรา ล้อมรอบด้วยพระโพธิสัตว์ทั้งแบบองค์ ตามความเชื่อแบบมหายาน (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช)
หงส์ ศิลปะภาคใต้ อิทธพลศิลปะอิเดียใต้ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 22-23 พบในเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ อ.เมืองนครศรีธรรมราช เป็นลักษณะหงส์แบบดั้งเดิมของอินเดีย (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช)

นอกจากหาความรู้พัฒนาสมองในการชมประวัติศาสตร์เก่าแก่ของเมืองนครศรีธรรมราชแล้ว ก็หาอะไรเติมท้องให้อิ่ม ที่ภาคใต้มีอาหารท้องถิ่นมากมาย นอกจากผัดเหลียงใส่ไข่สุดยอดแห่งความอร่อยแล้ว สาขามังสวิรัตน์อาจจะได้ “บะกุ๊ดเต๋” (ขอใส่แต่ผักกับเห็ด ปกติมันมีหมู) ซุปเข้มข้นทานกับข้าวเป็นอาหารเช้า ซึ่งจะหาทานได้อย่างง่ายดายตามร้านแต่เตี๊ยมหรือติ่มซำ

มาถึงนครศรีธรรมราช แนะนำเมนูประจำถิ่นอย่าง “บะกุ๊ดเต๋” ที่ร้านโกปี๊ นครศรีธรรมราช มีแบบผักรวมสำหรับมังสวิรัตน์ด้วย
อีกหนึ่งในอาหารเช้า คือ อิ่วจาก้วย ขนมทอดยอดนิยมอันเป็นชื่อที่แท้จริงของปาท่องโก๋ที่คนไทยเรียกติดปากกันมาอย่างยาวนาน ทานกับโกปี๊หรือกาแฟเข้มข้นแบบปักษ์ใต้
รูปปั้นไอ้โถถือขวานปากทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งในนครศรีธรรมราช ที่วัดทางขึ้นรูปปั้นไอ้โถจะถือข้าวหลามและมีถุงทองในมืออีกข้าง

หนึ่งในความเชื่อของชุมชนท้องถิ่นภาคใต้ ที่เคารพนับถือถึงตัวบุคคล มักจะทำเป็นรูปปั้นสีดำเหมือนสีรูปหนังตะลุงโบราณ

ตอนเราปั่นผ่านหมู่บ้าน ตามถนน หรือหน้าวัด ก็มักจะเห็นรูปปั้นคนสีดำทำท่าทางชี้บ่อยๆ โดยเฉพาะเท่ง

ครั้งนี้เราผ่าน “ไอ้โถ” อีกตัวละครที่ได้รับความนิยมในหนังตะลุงถึง 2 ครั้ง ในนครศรีธรรมราช (หรืออีกหลายครั้งแต่ไม่รู้)

ประวัติ อ้ายโถ ก่อนมาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือมาจากจีนบ๋าบา ชาวพังบัว อ.สะทิ้งพระ จ.สงขลา รูปร่างมีศรีษะค่อนข้างเล็ก ตาโตถลน ปากกว้าง ริมฝีปากล่างเม้มเข้าในส่วนท้องตึง อกใหญ่เป็นรูปโค้ง ริมฝีปากล่างเม้มเข้าในส่วนท้องตึง อกใหญ่เป็นรูปโค้ง สวมหมวกมีกระจุกข้างบน นุ่งกางเกงถลกขา ถือมีดบังตอเป็นอาวุธ ชอบร้องรำทำเพลง ขี้ขลาดตาขาว โกรธใครไม่เป็น ถือเอาเรื่องกินเรื่องใหญ่ ใครจะพูดเรื่องอะไรก็ตาม อ้ายโถจะชักเรื่องที่พูดวกเข้าหาเรื่องกินเสมอ (ประวัติจากวัดทางขึ้น นครศรีธรรมราช)

การบนไอ้โถขอได้ทุกเรื่อง บนด้วยของกินจึงสำเร็จ

จากนครศรีธรรมราช ไปพัทลุง

ออกจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช เราใช้เส้นทางปากพนัง ด้วยสภาพพอไปได้ทั้งสองคนเพราะสามีเป็นไข้หวัด ปั่นไม่ไกลมานอนตากลมหมดสภาพกัน ได้ที่พักน่ารักชื่อ ชายเลโฮมสเตย์ อยู่ปากพนัง

ปากพนังใกล้แหลมตะลุมพุกมาก สมัยเรียนเคยได้ยินชื่อ วาตภัยแหลมตะลุมพุก

เส้นทางน่าปั่นในเขตอำเภอปากพนัง แต่มีบางช่วงถนนเสียเล็กน้อย อาจเป็นเพราะถนนเส้นนี้ไม่ไกลจากปากแม่น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเล เวลาน้ำขึ้นก็จะไหลท่วมถนนไปด้วย
น้ำขึ้นตอนเช้าโฮมสเตย์กลายเป็นเกาะ ออกได้ก็ตอนสายๆ คิดในใจติดกี่วันก็อยู่ได้ เพราะโฮมสเตย์มีเครื่องดื่มและอาหารพร้อมมาก
ชายเลโฮมสเตย์ ปากพนัง นครศรีธรรมราช
แม่น้ำปากพนัง บริเวณปากแม่น้ำจะมีเรื่องราวประวัติศาสตร์การเป็นท่าเรือสำคัญระหว่างประเทศ รวมถึงเป็นพื้นที่ที่มี “หอยเบี้ย” ซัดขึ้นมาตามแนวชายหาด ซึ่งในอดีตเราใช้แทนเงินตราแลกเปลี่ยน และครั้งหนึ่ง อ.ปากพนัง ก็เคยมีชื่อว่า อ.เบี้ยซัด
อนุสรณ์สถานปล่องโรงสีไฟ บ่งบอกว่าในอดีตปากพนังเป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญ และมีโรงสีมาตั้งอยู่หลายโรงเพื่อส่งขายให้ชาวจีนที่เข้ามาทำเหมืองแร่และยางพาราในบริเวณหัวเมืองชายฝั่งทะเลตะวันตกอย่าง ตรัง พังงา กระบี่ และภูเก็ต รวมถึงดินแดนในการควบคุมของอังกฤษบริเวณเกาะปีนัง มะละกา และสิงคโปร์  แต่หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 กิจการก็เริ่มแผ่วไปเพราะเปลี่ยนระบบการค้าข้าวรวมถึงการขนส่งสินค้าโดยรัฐ (มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยพันธุ์)
ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประตูระบายน้ําที่ใหญ่ที่สุดของภาคใต้ ป้องกันน้ำเค็มไม่ให้เข้าไปในแม่น้ำปากพนัง รักษาน้ำจืดไว้ในแม่น้ำและคลองสาขา ทำให้มีน้ำใช้ในพื้นที่การเกษตรถึง 480,000 ไร่ (กรมชลประทาน)
ทางเรียบชายทะเล เลาะตามบ้านเรือน
ระหว่างทาง
ตามทางเห็นชาวบ้านทำโรงเรือนเลี้ยงแพะบริเวณริมทะเลอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มาก
หาดจันทร์แจ้ง หัวไทร นครศรีธรรมราช
ยามเช้า ณ หาดจันทร์แจ้ง
ระหว่างทางบางช่วงไปพัทลุง เราปั่นข้างคลองชลประทาน
ในร้านอาหารที่ภาคใต้ เรามักจะได้ผักเครื่องเคียงพร้อมกับน้ำพริกกะปิเสมอๆ ผักสดมากและน้ำพริกกะปิอร่อย

เส้นทางจากหาดจันทร์แจ้งไปทะเลน้อยพัทลุงประมาณ 60 กม. จะผ่านทะเลสาบสงขลาตอนบนโดยใช้ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนนี้ทอดยาวระหว่างสองทะเลสาบคือ ทะเลน้อย และทะเลหลวง หรือทะเลสาบสงขลาตอนบน

สิ่งที่ตื่นเต้นที่สุดของเส้นทางนอกจากถนนยาวสุดลูกหูลูกตาและสวยมากแล้ว ยังได้เห็น “ควายน้ำ” ควายน้ำตัวเป็นๆ สีดำทะมึนรูปร่างงามไม่อวบแต่อวดกระดูกและกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ควายน้ำเป็นฝูงยืนอยู่เหนือผืนดินชื้นแฉะที่มีน้ำจากทะเลสาบอยู่ปริ่มๆ และหากินพืชใต้น้ำ เวลาว่ายน้ำยังกับเนสซีโผล่ที่ทะเลสาบล็อกเนสส์ ยามค่ำคืนมาก็นอนบนเกาะที่อยู่กลางน้ำ

ถ้ามาที่นี่แนะนำนอนโฮมสเตย์ในหมู่บ้านที่อยู่ ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน บริเวณนั้นจะมีเรือนำชมควายน้ำในทะเลสาบ พวกเราไปดูควายน้ำกันตอนเย็นๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า เห็นควายว่ายน้ำ บ้างก็ขึ้นไปบนเกาะเหนือน้ำที่มีคอกกั้น

ที่นี่ยังมีอุทยานนกน้ำทะเลน้อย ถ้าช่วงเวลาดีๆ จะได้เห็นนกกาบบัวซึ่งตัวใหญ่กว่านกปากห่าง ทำรังอยู่บนต้นไม้ใหญ่ มองขึ้นไปบางทีก็เห็นปลายปีกสีชมพูราวกับกลีบดอกบัวยืนดูลาดเลาเหนือรังมันอยู่ นกกาบบัวที่นี่มีไม่มาก แต่ถ้าอยากเจอเป็นอาณานิคมนกกาบบัวแนะนำที่บ้านหมูเด้ง สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชลบุรี

ส่วนอื่นๆ ที่น่าสนใจในวันนี้ ที่ปากพนังผู้เขียนซื้อส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม (แต่หิ้วมาทานที่พัทลุง) รสชาติมันอร่อยสุดยอดจนเพ้อลืมไม่ลง ความหอมหวานที่พอดี สีสันชมพูแดงสดใสราวกับเนื้อในทับทิม รวมถึงเกร็ดเนื้อส้มโอใหญ่ที่แทบจะไม่มีเมล็ด เรียกได้ว่ามันคือเบอร์ต้นๆ ของสายพันธุ์ส้มโอที่ดีที่สุดในประเทศไทยได้เลย

ส้มโอทับทิมสยามเกิดการพัฒนาสายพันธุ์ท้องถิ่นปัตตานี ดั้งเดิมชื่อ เขียวมรกต ที่มีรสชาติออกขม แต่พอนำมาปรับปรุงพันธุ์และเพาะที่ลุ่มน้ำปากพนัง บ้านแสงวิมาน ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง ก็ได้ผลผลิตที่แตกต่างออกไปจากเดิม เข้าใจว่าความหวานหอมอาจเกี่ยวกับพื้นที่เพาะปลูกที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งดินเหนียวป่าชายเลนและแคลเซียมจากการสะสมของเปลือกหอยร่วมด้วย (ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์)

มุ่งสู่สงขลา

จากทะเลน้อย อำเภอควนขนุน เราเลาะสู้ลมปั่นจักรยานตามถนนฝั่งตะวันตกของทะเลสาบสงขลา เส้นทางนี้ไม่มีรถบรรทุก รวมถึงรถทั่วไปก็แทบจะไม่มี และวันนี้แดดก็แรงมาก แน่นอนว่าแดดแรงของภาคใต้ใครๆ ก็น่าจะรู้กันดี

เส้นทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบสงขลา
ทะเลสาบสงขลาสีเงินยามเย็น
แวะชมท่าเทียบเรือปากพะยูน บริเวณนี้เคยมีพะยูนอาศัยอยู่ แต่นานมากแล้วที่พะยูนไม่มา เหลือเพียงอนุสรณ์
วิวจากบนสะพานเกาะหมาก-ปากพะยูน

เราข้ามสะพานเกาะหมาก-ปากพะยูน เข้าไปปั่นเส้นทางในเกาะหมาก ข้ามสะพานปากเหล็กเชื่อมต่อไปยังเกาะแกง และข้ามสะพานไปเกาะนางคำ

ถนนบนเกาะ
สะพานชะแล้ สะพานจากเกาะนางคำ ข้ามไปยังอำเภอสิงหนคร สงขลา
ภาพนี้จะได้เห็นบ่อยๆ ตอนมาถึงพัทลุงและสงขลา เขาจะพาวัวไปเดินออกกำลังกายเช้าเย็น ภาคใต้มีการแข่งวัวชนโดยเฉพาะพัทลุง เป็นกีฬาท้องถิ่นที่มีการเดิมพัน

เราพักที่ Sunshine Home Stay ริมหาด อ.สทิงพระ จ.สงขลา ห้องดีไม่แพง เก็บจักรยานได้ง่าย และไม่ไกลจากเมืองสงขลา พรุ่งนี้จะปั่นย้อนศรขึ้นไปทางเหนือเพื่อจะไปกราบพระนอนโบราณที่วัดจะทิ้งพระและหลวงปู่ทวดที่วัดพะโคะ

พระนอน วัดสทิงพระ
วัดพระโคะ

วันนี้เราเข้าถึงเมืองสงขลาแล้ว โดยใช้แพขนานยนต์ และพักที่เมืองสงขลา ซึ่งมีที่เที่ยวที่น่าสนใจหลายจุด นอกจากในเมืองที่มีย่านเมืองเก่าแล้ว เราก็ยังสามารถปั่นจักรยานไปเที่ยวโบราณสถานเพื่อสำรวจ Singora เมืองเก่าสงขลายุคแรกเริ่มที่เขาหัวแดง และชายหาดที่มีชื่อเสียงอย่างชายหาดสมิหลาและหาดชลาทัศน์

ท่าแพขนานยนต์
ของน่าทานภาคใต้ ใบเหลียงผัดไข่ แกงส้ม น้ำพริกกะปิ
นางเงือก หาดสมิหลา
ทิวต้นสนหาดชลาทัศน์
ย่านบ้านโบราณ
ป้อมเมืองสงขลาเก่า

สำหรับเส้นทางจากเมืองสงขลาไปหาดใหญ่ 56 กม. หลังจากพักผ่อนยาวนานที่เมืองสงขลาแล้ว เราปั่นไปหาดใหญ่ในเดือนมีนาคม เส้นทางสบาย เลี่ยงถนนหลัก ออกตอนเจ็ดโมงกว่า มาถึงหาดใหญ่ตอนเที่ยงพอดี

ช่วงนี้นาบางแปลงเกี่ยวข้าวแล้ว แต่ส่วนใหญ่เพิ่งจะรวงเปลี่ยนสี และน้ำยังท่วมตอ ข้าวที่นี่ต้นยาวๆ ตลอดทางเส้นทางจักรยานที่ใช้ปั่นผ่านลงมาภาคใต้ ไม่ค่อยเห็นนาข้าวเท่าไหร่นัก อาจจะเพราะอยู่ใกล้ชายทะเล ส่วนมากจะเป็นสวนยาง สวนปาล์ม สวนมะพร้าว และนากุ้ง

เส้นทางไปหาดใหญ่
เส้นทางไปหาดใหญ่
นาข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้วเดือนมีนาคมในระหว่างทางไปหาดใหญ่
ถึงเมืองหาดใหญ่

จบการเดินทางในเส้นทางปั่นจักรยานภาคใต้ กรุงเทพฯ – สงขลา

ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านและติดตามมาจนถึงบัดนี้ ขอให้สนุกกับการเดินทางเส้นทางภาคใต้นะคะ

ปล.ที่พักไม่ได้ลงชื่อให้ทุกที่นะคะ แต่ลงที่น่าสนใจไว้ให้เผื่อใครผ่านมาผ่านไปได้แวะพัก

……………….

เรื่องและภาพโดย สุทธวรรณ บีเวอ อีสานอินไซต์

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ปั่นตะลุยญี่ปุ่นฤดูใบไม้ผลิ: หมู่เกาะตอนใต้ จังหวัดฮิโรชิมะและจังหวัดเอฮิเมะ 3 คืน 4 วัน (ตอนที่ 1)

บันทึกถีบ.. จักรยาน: เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน (ป่าสนบ้านวัดจันทร์-ปีใหม่ปกาเกอะญอ-ทะเลหมอก-ชิมยำเมี่ยงที่ปาย)

บันทึกการเดินทางเส้นทางจักรยาน EuroVelo หมายเลข 6 ในฝรั่งเศส และส่วนหนึ่งของเส้นทางคณะราชทูตอยุธยาโกศาปานไปปารีส พ.ศ.2229

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *